(โครงการรับสมัครตามสายงานพระเครื่อง)

  1. เปิดรับสมัครผู้ที่มีความรู้ด้านประวัติศาสตร์พระเครื่อง การตรวจสอบเนื้อหา และการจัดหมวดหมู่เชิงวิชาการ
  2. ผู้สมัครจะได้ร่วมฝึกอบรมการบันทึกข้อมูลเชิงมาตรฐาน และการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์อย่างมืออาชีพ
  3. มุ่งเน้นความโปร่งใสในการประเมินคุณค่า พร้อมสร้างเครือข่ายระหว่างผู้สะสม ผู้ค้าปลีก และนักวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกัน
1.เงินเดือนประจำตำแหน่งตามสายงานพระเครื่องจะได้รับเงินเดือน ตามระดับชั้น
-เงินเดือน 30,000 บาทต่อเดือน
-เงินเดือน 60,000 บาทต่อเดือน
-เงินเดือน 90,000 บาทต่อเดือน
-เงินเดือน 120,000 บาทต่อเดือน
2.เงินประกันสุขภาพ ปีละ 1 แสนบาท เมื่อเข้ารับการรักษา (รัฐและเอกชน รวมถึงคลีนิค) ทุกกรณี
ที่ไม่ต้องสำรองจ่าย สะสมไม่ได้ ปี/ต่อปี
3.เงินประกันชีวิต ตามระดับชั้น นับเป็นจำนวนปี 1-5 เท่ากับ 100,000-500,000 บาทสูงสุด
หรืออัพเกรดปีละ 1 แสนบาทตามระยะเวลา
4.เงินสำหรับทำกิจกรรม ประจำกลุ่ม ท่องเที่ยวภายในประเทศ ปีละ 3-4 ครั้ง ทุกๆ 3-4 เดือน ท่องเที่ยวตามโปรแกรมบริษัททัวร์
เพื่อเปิดทัศนะและโลกใหม่ สิ่งใหม่ๆ ของการเรียนรู้ รวมถึงที่พัก โรงแรม อาหาร 7-15 วัน ตามวาระ
5. ต่างประเทศ ปีละ 2 ครั้ง ทุก 6 เดือน สิทธิ์ สำหรับผู้ที่ต้องการท่องเที่ยว เกาหลี ญี่ปุ่น หรือยุโรป ที่ท่านต้องการไป กับ บริษัททัวร์กรุ๊ป จำกัด

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเราเรียนรู้และ เติบโตไปด้วยกัน

เปิดรับสมัครผู้ที่มีความรู้ด้านประวัติศาสตร์พระเครื่อง การตรวจสอบเนื้อหา และการจัดหมวดหมู่เชิงวิชาการ

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์พระเครื่องไทย ทฤษฎีทางโบราณวัตถุ และหลักการพิจารณาพิมพ์ทรงของพระเครื่องแต่ละยุคสมัย ผู้สมัครจะต้องมีพื้นฐานความรู้ด้านศิลปกรรม วัฒนธรรมไทย และความสามารถในการวิเคราะห์เชิงวิชาการเพื่อใช้ในการตรวจสอบเนื้อหา การจำแนกประเภทพระเครื่อง และการบันทึกข้อมูลเชิงมาตรฐานในระดับที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นกลาง

  1. เซียนพระคือผู้มีความรู้ลึกเกี่ยวกับพิมพ์ทรง เนื้อหา และยุคสมัยของพระเครื่องแต่ละชนิด สามารถแยกแยะพระแท้–พระเก๊ได้อย่างแม่นยำ

  2. พระเนื้อผงเป็นพระที่ใช้ผงพุทธคุณ ผงเกสร หรือผงวิเศษผสมกับน้ำมันหรือรัก ชูเอกลักษณ์ด้านพุทธศิลป์และพุทธคุณ

  3. พระเนื้อดินมีเสน่ห์คลาสสิก เกิดจากดินผสมวัตถุมงคลแล้วเผาตามโบราณ ทำให้ผิวและมวลสารดูเป็นธรรมชาติและมีเอกลักษณ์

  4. พระกรุเป็นพระที่ขุดค้นพบจากเจดีย์หรือกรุเก่า ทำให้มีคราบกรุ ผิวปรอท หรือสนิมแดงเป็นตัวบ่งบอกอายุแท้

  5. พระเนื้อชินคือพระที่สร้างจากโลหะผสมเช่นชินตะกั่ว ชินเงิน มีความทนทานสูงและเกิดสนิมเขียวหรือสนิมตีนกาที่เป็นเอกลักษณ์

  6. พระเนื้อว่านสร้างจากพืชสมุนไพรและว่านศักดิ์สิทธิ์ เนื้อหามักนุ่ม มีผิวมวลสารพิเศษ เชื่อว่ามีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม

  7. พระเนื้อโลหะรวมถึงพระกริ่งและพระหล่อโบราณ มีความเด่นในเรื่องความคมชัดและเสียงในตัวองค์พระที่เป็นเอกลักษณ์

  8. เซียนพระที่แท้จริงจะต้องรู้ทั้งประวัติ รูปแบบการสร้าง และธรรมชาติของเนื้อแต่ละประเภท เพื่อประเมินค่าพระได้อย่างโปร่งใสและถูกต้อง

ผู้สมัครจะได้ร่วมฝึกอบรมการบันทึกข้อมูลเชิงมาตรฐาน และการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์อย่างมืออาชีพ

ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการจะได้ผ่านการฝึกอบรมเชิงลึกในด้านการบันทึกข้อมูลพระเครื่องตามมาตรฐานที่ยอมรับในระดับสากล โดยเน้นทั้งความถูกต้อง ความครบถ้วน และความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างโปร่งใส ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้หลักการจัดทำฐานข้อมูลพระเครื่อง เช่น การวิเคราะห์พิมพ์ การระบุรุ่นปีที่สร้าง วัดที่จัดสร้าง เนื้อหาที่ใช้ เทคนิคการสร้าง รวมถึงองค์ประกอบเชิงประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการจัดระบบข้อมูลที่เป็นกลางและมีความน่าเชื่อถือสูง

สอบ และคัดเลือก เพื่อประจำร้านค้า และศูนย์พระเครื่องของท่าน

หมวดที่ 1: ความรู้เชิงประวัติศาสตร์และศิลปกรรม

– ประวัติและพัฒนาการของพระเครื่องไทย
– ความแตกต่างของสำนักสร้างและยุคสำคัญ
– ศิลปกรรม วัฒนธรรม และบริบททางสังคมแต่ละยุค

หมวดที่ 2: การตรวจสอบและจำแนกพระเครื่อง

– หลักการอ่านพิมพ์และอ่านเนื้อ
– การวิเคราะห์ตำหนิประจำพิมพ์
– วิธีแยกพระแท้–พระเก๊อย่างเป็นระบบ
– การใช้เครื่องมือสแกนและกล้องถ่ายพระขั้นสูง

หมวดที่ 3: การบันทึกข้อมูลเชิงมาตรฐาน

– วิธีทำฐานข้อมูลพระเครื่องแบบมืออาชีพ
– การเขียนคำอธิบายตามมาตรฐานพิพิธภัณฑ์
– การถ่ายภาพพระเครื่องแบบ Studio และ Macro
– การจัดหมวดหมู่พระเครื่องเพื่อเผยแพร่ให้สาธารณะ

หมวดที่ 4: การสื่อสารและการเผยแพร่ความรู้

– การสร้างคอนเทนต์ออนไลน์อย่างมีจริยธรรม
– การทำวิดีโอรีวิวพระ การพูดหน้ากล้อง
– การเขียนบทความเชิงวิชาการแบบอ่านง่าย
– เทคนิคการสร้างช่องทางผู้ติดตามและสร้างรายได้จากสื่อ

หลังจบหลักสูตร ผู้เรียนจะต้องผ่านการประเมินทั้งภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎี และนำไปในการสมัครงานหรือประกอบอาชีพในอนาคต

1) ความสามารถที่ผู้สมัครจะได้รับ

ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการจะได้รับการพัฒนาความสามารถทั้งเชิงวิชาการและเชิงปฏิบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานด้านพระเครื่องได้อย่างหลากหลาย เริ่มจากทักษะการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์และองค์ประกอบของพระเครื่องในเชิงลึก การอ่านพิมพ์และวิเคราะห์เนื้อพระ การแยกแยะลักษณะเฉพาะของพระแต่ละสำนักสร้าง ตลอดจนความเข้าใจเกี่ยวกับบริบททางวัฒนธรรมและศิลปกรรมของยุคสมัยที่พระเครื่องนั้นถูกสร้างขึ้น ผู้เข้าร่วมจะได้ รับเงินประจำตำแหน่งทุกเดือน

2) โอกาสในอาชีพหลังจบโครงการ

ผู้ที่สำเร็จการอบรมจะมีโอกาสเข้าสู่หลากหลายสายอาชีพในวงการพระเครื่อง และได้รับเกียรติประวัติและรางวัลประจำปี

ของศูนย์พระเครื่องที่ท่านประจำอยู่ และได้รับเงินทุนหลังจากออกจากโครงการ ในยามเกษียณ

3) โครงสร้างหลักสูตรฝึกอบรม

หลักสูตรได้รับการออกแบบให้ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ และการฝึกงานจริง แบ่งออกเป็น 4 หมวดหลัก ดังนี้

มุ่งเน้นความโปร่งใสในการประเมินคุณค่า พร้อมสร้างเครือข่ายระหว่างผู้สะสม ผู้ค้าปลีก และนักวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกัน

การพัฒนาระบบประเมินคุณค่าพระเครื่องในยุคปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่การดูราคา ซื้อ–ขาย หรือความนิยมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย “ความโปร่งใส” และ “ความน่าเชื่อถือ” เป็นแกนหลักของทั้งกระบวนการ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตั้งแต่ผู้สะสมหน้าใหม่ นักสะสมรุ่นใหญ่ ร้านค้าพระเครื่อง ผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงนักวิจัยด้านประวัติศาสตร์และศิลปะ สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีมาตรฐานเดียวกัน

การมุ่งเน้นความโปร่งใสในการประเมินคุณค่า จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยลดความคลาดเคลื่อน ลดความเข้าใจผิด และลดความเสี่ยงของการใช้ข้อมูลที่ผิดพลาด ทั้งยังช่วยยกระดับวงการพระเครื่องเข้าสู่มาตรฐานสากล โดยระบบที่โปร่งใสจำเป็นต้องมีหลักฐานชัดเจน เช่น ฐานข้อมูลประวัติการสร้าง รายละเอียดวัสดุ เนื้อผง เนื้อโลหะ กระบวนการสร้าง อายุการสร้าง ตลอดจนข้อมูลด้านโบราณคดีที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จริง

ยิ่งไปกว่านั้น การสร้างเครือข่ายระหว่างผู้สะสม ผู้ค้าปลีก และนักวิจัย ถือเป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญในการพัฒนาวงการอย่างยั่งยืน เพราะการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างทั้งสามกลุ่มจะทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่เข้มแข็งขึ้น เช่น

  • การแบ่งปันภาพถ่ายแบบความละเอียดสูง

  • การศึกษาประวัติพระเก่าในท้องถิ่น

  • การรวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับศิลปะพุทธศาสนา

  • การตรวจสอบความแท้โดยการใช้เทคโนโลยี เช่น สแกนเนื้อ การวิเคราะห์ผิวโลหะ

  • การยืนยันหลักฐานร่วมกันในชุมชนเพื่อป้องกันของปลอมหรือข้อมูลเท็จ